![]() |
|||||||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
หมวดหมู่ > บทความ > เครื่องเสียงบ้าน >
เสียง HI RES ความฝันอันสูงสุด หรือ ความโง่ไร้ขีดจำกัด
วันที่ : 01/11/2015
เสียง ?HI RES? ความฝันอันสูงสุด หรือ ความโง่ไร้ขีดจำกัด โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ ระบบเสียงคุณภาพต่ำ (LOW FI) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวงการเครื่องเสียงไม่ว่าความถี่เสียงที่จำกัด(Bandwidth จำกัด) ทุ้มก็มีแต่ทุ้มต้นๆ ปราศจากทุ้มลึก เสียงสูงก็มีแต่ห้วนๆไปได้แค่แหลมตอนล่าง(เช่น 14 KHz -15 KHz) แถมบางช่วงความถี่ก็โด่ง บางช่วงก็วูบตกลง ไม่ราบรื่นตลอดตั้งแต่ความถี่ต่ำสุดถึงสูงสุด นอกจากนั้นการสวิงเสียงจากค่อยสุดไปดังสุด (เรียกว่า DYNAMIC RANGE) ก็แคบ ค่อยก็ค่อยมากไม่ได้จะถูกเสียงรบกวน (NOISE) ทั้งจากชุดเครื่องเสียงเองและจากระบบบันทึกลงตัวกลาง (ไล่ตั้งแต่เทปม้วนเปิด, เทปคาสเซท, แผ่นเสียง) ช่วงสวิงดังๆก็ไปไม่สุดเกิดอาการอั้น, ตื้อ ไม่โหมได้อย่างเต็มที่อิสระ การแยกสเตอริโอซ้ายและขวาก็แยกไม่ขาดเต็มที่ มีการรั่วของสัญญาณซ้ายและขวาเข้าหากัน ทำให้เวทีเสียงแคบมาก เกือบพูดว่าเป็นโมโนฟุ้งๆมากกว่าสเตอริโอ 3 มิติ?? มิติเสียงก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจหรือจะมีใครให้ความสำคัญอะไร ไม่ว่าเวทีเสียง ทรวดทรงเสียง ความกว้าง ? ลึก หรือสูง ? ต่ำ? พูดง่ายๆ ลองฟังเสียงจากสถานีวิทยุ ?AM ?มันก็ไม่ต่างจากนั้นเท่าไร เวลาผ่านไป อุปกรณ์ชิ้นส่วนอีเล็คโทรนิคส์ถูกปรับปรุงพัฒนาดียิ่งขึ้น ระบบบันทึกเสียงดีขึ้น ตัวกลางที่ใช้บันทึกและเล่นดีขึ้น (ก้าวเข้าสู่ระบบเทปม้วนเปิด, เทปคาสเซท ที่มีวงจรช่วยรักษาคุณภาพเสียง ไม่ว่า Dolby A , Dolby B , Dolby C , Dolby HX , dbx) มีการเข้าใจและพัฒนาวงจรภาคขยายที่ดีขึ้น, ตอบสนองได้ราบเรียบ , เสถียร ,ความเพี้ยนต่ำ ,สัญญาณรบกวนลดลง มีการค้นพบทรานซิสเตอร์คุณภาพสูงๆ ทั้งหมดช่วยให้เสียงที่นำมาฟังที่บ้านได้คุณภาพถึงระดับที่เรียกว่า ?HIFI ( คือสมจริง ) ถ้าเสียงธรรมชาติมีคะแนน 100 เต็ม? HIFI ก็น่าจะได้ถึง 85 % (LOW FI? ได้ 40 ? 60 %) ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล การทำมาสเตอร์เทป,การปรับปรุงปรับแต่ง,ผสมเสียง,การบันทึก,ตัวกลางบันทึก (CD) ล้วนเป็นระบบดิจิตอลหมด (จากเดิมที่เป็นอนาลอค) โลกเครื่องเสียงได้เข้าสู่ยุค ?เสียงดิจิตอล? (DIGITAL SOUND) สเปคต่างๆทางด้านนี้ให้ตัวเลขที่สวยหรู อลังการอย่างไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นไปได้เช่น ความถี่ตอบสนอง 20 Hz ? 20 KHz โดยแทบไม่มีการขาดเกินใดๆเลยราบเรียบเป็นเส้นตรง การสวิงเสียงที่กว้างระดับ 80 ? 90 dB (จากยุค HIFI ได้แค่ 70 ? 75 dB)? สัญญาณรบกวนก็ต่ำมากถึงระดับ? -75 ถึง -80 dB ?การแยกสเตอริโอที่กว้างถึง 75 dB ขึ้นไปจากเดิมอย่างเก่งก็ 65 dB? ความเพี้ยนแทบพูดว่าวัดไม่ได้ ยุคนี้จึงได้รับการยอมรับและแพร่หลายอย่างรวดเร็วที่สุด กว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ของเครื่องเสียง? ยุคดิจิตอลเริงร่าอยู่ถึงร่วม 40 ปีที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางการยอมรับของทุกๆฝ่ายหลังจากที่มันได้รับการปรับปรุงและวงการมีความเข้าใจและใช้มันได้อย่างเชี่ยวชาญมากพอเมื่อเทียบกับยุคแรกสุดของดิจิตอลวัดได้ด้วยอ้ลบั้มเพลงจากทั่วโลกที่อยู่ในรูปแผ่น CD (ดิจิตอล) นับล้านๆอัลบั้ม ดูเหมือนว่าผู้ที่มีส่วนผลักดันความก้าวหน้าของวงการเครื่องเสียงเริ่มหยิ่งผยองพองขน พวกเขาคิดว่าตัวเองเข้าใจระบบเสียงดิจิตอลได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ผนวกกับผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงและผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เกี่ยวกับระบบเสียงดิจิตอลที่ ?กิน? ค่าหัวคิวลิขสิทธิ์จากทุกฝ่ายทั่วโลกอยู่ 2 ? 3 รายเริ่มตะหนักว่าเวลาแห่งการกินหัวคิวใกล้หมดแล้วทำอย่างไรจึงจะ ?สร้าง? เกมส์แบบเดิมเพื่อกินค่าหัวคิวลิขสิทธิ์ต่อไปอีก นั่นคือที่มาของการพยายามผลักดันระบบเสียงที่เรียกว่า รายละเอียดสูง หรือ HIGH DEFINITION SOUND (HD SOUND) โดยตั้งกติกาใหม่ไล่ตั้วแต่ขั้นตอนการบันทึกเสียงทำมาสเตอร์,เครื่องมือในการปรับแต่ง,???? ผสมเสียง ตัวกลางที่ใช้บันทึกมาฟังที่บ้านจนถึงเครื่องเสียงของผู้บริโภคที่บ้าน โดยพวกสร้างเกมส์กะกินตังค์หัวคิวลิขสิทธิ์และการขายเครื่องมืออาชีพและเครื่องเสียงที่ผู้บริโภคต้อง ? เปลี่ยน ?หรือหาใหม่ เป็นการคิดคบยิงทีเดียวได้นก 2 ตัวของ ผู้คุมเกมส์ ฟันกำไรจากผู้บริโภคเพราะหมดมุข ไม่รู้จะปั้นอะไรออกมาขายกันแล้ว (ที่จริงของที่มีอยู่เดิมก็ยังทำได้ไม่เต็มที่ แทนที่จะปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นกลับพยายามล้มกระดานแล้วกำหนดเกมส์ใหม่) และเรียกยุคใหม่นี้ว่า HI-RES SOUND หรือ HIGH RESOLUTION SOUND หรือ HD SOUND พวกเขาอวดอ้างว่าด้วย ? กติกาใหม่ ระบบใหม่ ? จะได้สเปคระดับเทพที่ไม่เคยมีใครแม้แต่จะกล้าคิดถึงมันคือ สเปคระดับอภิมหาเทพ เช่น ความถี่ตอบสนองราบเรียบเป็นไม้บรรทัดจาก 0 Hz -100 KHz การสวิงเสียงจากค่อยสุดไปดังสุดสูงถึง 120 dB อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงกวน มากกว่า 90 dB ขึ้นไป การแยกสเตอริโอ(ไม่ค่อยระบุถึง......ทำไม?? และจะค่อนข้างไม่แน่นอน) ความเพี้ยน ต่ำมากๆเช่น 0.0001 % (แต่ไม่บอกว่ารูปแบบเป็นอย่างไร)?? คงจำกันได้ว่าก่อนหน้านี้ในยุคแรกสุดที่พวกผู้คุมเกมส์เปิดตัวระบบ CD ก็เคยพูดว่ามันคือสุดยอดของระบบเสียง ไม่มีอะไรสู้ได้ทำราวกับว่ามันคือ การสิ้นสุดของการแสวงหา ?สูงสุดแล้ว แต่วันนี้พวกผู้คุมเกมส์พยายามกระทำทุกวิถีทางที่จะเปิดแผลความไม่สมบูรณ์ของระบบเสียง ?CD และเสนอทางออกใหม่ด้วยระบบเสียง HIRES เหมือนกับว่ามันคือ นิพพานแห่งระบบเสียง ผู้คุมเกมส์ แหย่ตลาดด้วยระบบบันทึกและแผ่น SACD (Super Audio CD) ที่ให้สเปคระดับอภิมหาเทพ ผู้คุมเกมส์บางรายทุ่มทุนอย่างหนักทั้งเงินทองและเวลาในการพยายามผลักดันให้ SACD เป็นที่ยอมรับของตลาดให้ได้เพราะถ้าสำเร็จมันคือเค้กก้อนใหญ่ ที่กินกันได้อีกเป็นสิบๆปี มาแทน ?CD ได้เลย เกือบ 10 ปีผ่านไป SACD มีแต่ฝ่อลงๆจนปัจจุบันแทบไม่มีใครพูดถึงอีกแล้ว เพราะอะไร ความล้มเหลวของ SACD เกิดจาก
???????????????????? แม่เทปหรือมาสเตอร์เละด้วยขยะขณะทำการบันทึกเสียง(เละขั้นที่ 1) ???????????????????? ตอนตัดต่อ MIX เสียงก็เละด้วยขยะ? เป็นขั้นที่ 2 ???????????????????? ตอนบันทึกเก็บลงเซิฟเวอร์ก็เละด้วยขยะอีก? เป็นขั้นที่ 3 ???????????????????? ผ่านระบบออนไลน์อินเตอร์เน็ตก็เละด้วยขยะอีก? เป็นขั้นที่ 4 ???????????????????? เครื่องดึง ? เล่น ? เก็บ ที่บ้านก้เละด้วยขยะอีก? เป็นขั้นที่ 5 ????????????? สรุปคือเละตั้งแต่ต้นจนเปิดฟังผ่านระบบเสียงที่บ้านถึง 5 ขั้นตอนจึงถามว่า แล้วมันจะเหลืออะไรให้ฟังนอกจากระบบเสียง ?HIRES? ที่บิดเบี้ยว ผิดเพี้ยน ไร้อารมณ์ ผู้เขียนมีโอกาสฟังการสาธิตระบบเสียง? HIRES? ที่ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตนับสิบครั้งทั้งจากเครื่องเสียงระดับไฮไฟ ปานกลาง ถึงระดับเฉพาะเครื่องเล่น ? ดึง ? เก็บ (เซิฟเวอร์) ราคาล้านกว่าบาท(รวมทั้งชุดที่ฟัง 20 กว่าล้านบาท) เสียงก็ยังไม่น่าประทับใจ(แบน,ไร้ทรวดทรง,ฮาร์โมนิกส์มาไม่ครบ,เสียงคล้ายๆกันไปหมด,ชัดรายละเอียดดีแต่เหมือนของเก๊ไม่ใช่ของจริง เหมือนหุ่นยนต์เล่นดนตรี, ตอบสนองฉับไวแต่ขาดความผ่อนคลาย ไร้อารมณ์ ไม่น่าสนใจ ไม่มีเสน่ห์ เอาล่ะ สมมุติมีการทำมาสเตอร์หรือแผ่น ?SACD หรือดาวน์โหลดจากเว็ปไซค์ออกมาอย่างรู้งานทุกขั้นตอนจนปัญหาเรื่อง ?ขยะ?แทบไม่มีเลย เอาว่าเสียงดีเลิศ สมจริงไม่มีที่ติ ปัญหาก็เกิดอีก จะมีเครื่องเสียงอะไรที่จะสามารถรองรับ ถ่ายทอด สเปคระดับซูเปอร์อย่างนั้นได้ จะมีลำโพงอะไรตอบสนองความถี่ได้ 0 Hz ? 100 KHz อาจจะใกล้เคียงเช่น 18 Hz ? 100 KHz แต่ราคาคู่หนึ่งเกือบ 10 ล้านบาท! ?จะมีภาคขยาย (แอมป์) สักกี่เครื่องในโลก ที่รองรับการสวิงเสียงได้ระดับเกิน 100 dB (Dynamic Range ) เพราะนั่นหมายความว่าช่วงค่อยสุดอาจต้องการกำลังขับแค่ 0.01 วัตต์ ขณะที่ช่วงดังสุดอาจต้องการกำลังขับถึงหรือมากกว่า 10,000 วัตต์แล้วจะยังลำโพงอีก จะมีคู่ไหนที่รับกำลังขับขนาดมโหฬารอย่างนี้ได้? ทั้ง 2 อย่างนี้ในโลกนี้ยังไม่มี ยังไม่ต้องพูดถึงสนนราคา แค่ตรงนี้ก็จบแล้ว ถามว่าถ้าเปิดค่อยมากๆ ล่ะ มันก็ได้อยู่แต่เสียงที่ค่อยๆ ก็จะจมหายไม่มีวันได้ยิน เสียงที่สวิงดังก็จะทำให้ภาคขยายและลำโพงเพี้ยนหมด (อย่างน้อยก็ยอดคลื่นหัวขาดหรือ clip) ยังไม่พูดถึงเสียงที่จะดังดุจการแสดงสด คุณคิดว่าข้างบ้าน,ข้างห้องเขาจะทนหนวกหูได้หรือ คุณมิต้องทำห้องฟังใต้ดินขนาดมหึมาหรือ (เพื่อรองรับความยาวคลื่นของความถี่ต่ำกว่า 20 Hz ให้ได้และจะไม่มีปัญหาการหักล้างทางเฟส จนหูเกิดอาการหึ่งๆอื้อซ้ายทีขวาทีหรือ) สรุป จากปัญหาเหล่านี้จะเห็นได้ว่ามันเกือบเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครสักคนจะมีปัญญา มีเงินมากพอหรือบ้าพอที่จะจำลองระบบเสียง HIRES มาฟังที่บ้านได้ ผู้เขียนคงไม่กล้าคิดหรือยกย่องว่าการพยายามผลักดันระบบเสียง ?SACD หรือ HIRES คือความก้าวหน้าของการฟังเพลงในประวัติศาสตร์ของวงการไฮ-ไฟ มันไม่ได้เป็นอะไรอื่นเลยนอกจาก ความโง่,ไร้สาระ,แหกตาประชาชนเพื่อสนองฝ่ายการตลาดเท่านั้นเอง มีความเป็นไปได้ประการเดียวที่จะฟังเสียง ?HIRES? ได้จริงคือฟังจากหูฟัง? เนื่องจากการฟังด้วยหูฟัง เครื่องเสียงทั้งหมดนับตั้งแต่ภาคขยายถึงตัวกำเนิดเสียงจะถูกย่อส่วนทำให้สามารถออกแบบและผลิต ?ภาคขยายเสียง?ที่มีกำลังวัตต์มากพอที่จะรองรับการสวิงของสัญญาณไฟฟ้าได้จากกำลังขับ 0.0001 วัตต์(เนื่องจากตัวหูฟังกินกำลังขับต่ำและการฟังเสียงก็พุ่งเข้าสู่เยื่อแก้วหูโดยตรงและใกล้สุด จึงไม่ต้องเปิดดังมากเลย เปิดเบามากๆก็ได้ยินแล้ว) ถึง 100 วัตต์? ซึ่งภาคขยายขนาดนี้มีความเป็นไปได้ทั้งเชิงพาณิชย์และการออกแบบผลิต ขณะที่ตัวหูฟังก็อาจทำให้มีความไวสูงมากๆเช่นให้ความดังถึง 105 dB เมื่อป้อนกำลังขับแค่ 1 วัตต์และก็สามารถรับกำลังขับถึง 120 dB ได้ โดยราคาตัวหูฟังไม่ทะลุโลกมากอาจอยู่ในช่วง 3 ? 5 หมื่นบาท(หรือถูกกว่า) เพาะฉะนั้น ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทคุณมีสิทธ์ฟังระบบเสียงHIRESได้แบบอภิมหาสเปค แต่ก็อย่างว่าจะหาแผ่น ?HIRES ดีๆก็ยากพอๆกับงมเข็มในมหาสมุทร ต้องลงทุนกับเครื่องเล่น CD/SACD ระดับ 100,000 บาทขึ้นไป ครั้นจะฟังจากการดาวน์โหลดก็เจอ 5 ปัญหามากันครบ? สรุป? ลืมเสียเถอะเรื่อง HIRES SOUND! www.maitreeav.com |